Skip to Content

Blog Archives

รถยนต์อายุกี่ปี ต้องนำรถไปตรวจสภาพ

รถยนต์อายุกี่ปี ต้องนำรถไปตรวจสภาพ

คนขับรถต้องรู้ !  ว่ารถยนต์อายุกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพ

สำหรับรถยนต์ที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป ต้องนำไปตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปี ตรวจล่วงหน้าก่อนวันสิ้นสุดได้ไม่เกิน 3 เดือน แต่ถ้าอายุรถไม่ถึง 7 ปีสามารถไปเสียภาษีได้เลย โดยไม่ต้องตรวจสภาพ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จึงต้องมีการตรวจสภาพ  เพื่อให้รถพร้อมใช้งานเสมอนะครับ

.

📰 เอกสารและสิ่งที่ต้องเตรียมคือ

– ตัวรถที่จะนำไปตรวจสภาพ

– สมุดคู่มือทะเบียนรถ

🎉 เมื่อเตรียมตัวแล้วก็ไปตามสถานที่ตรวจสภาพรถทั่วประเทศได้เลยจ้า

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

READ MORE

พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ต่างกันอย่างไร

พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ต่างกันอย่างไร

พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ต่างกันอย่างไร

พ.ร.บ. คืออะไร

รถยนต์นั้นจัดเป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมายซึ่งยานพาหนะทางบกทุกคันจำเป็นที่จะต้องมี โดยเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวผู้ขับขี่เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงรถยนต์

คุ้มครองอะไรบ้าง ?

– คุ้มครองการเสียชีวิต จำนวน 500,000 บาท

– กรณีทุพผลภาพถาวร จำนวน 300,000

– กรณีสูญเสี่ยอวัยวะ จำนวน 2000,000 -500,000 บาท

พ.ร.บ. รถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ คืออะไร

เป็นประกันภาคสมัครใจที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ คุ้มครองทั้งตัวรถและผู้ขับขี่ โดยจำนวนเงินคุ้มครองนั้นขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก และเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยกำหนด

คุ้มครองอะไรบ้าง ?

– ความคุ้มครองความเสียหายต่อคู่กรณี ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

– ค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมรถ

– ความคุ้มครองต่อรถยนต์

– ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล

ประกันภัยรถยนต์ คืออะไร

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

READ MORE

การอบรมแบบ e-learning หลักสูตรคอร์ส อบรมขอรับ เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัยแบบ online

การอบรมแบบ e-learning หลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย แบบ online

ช่วงโควิดแบบนี้ เพื่อนๆพี่ๆ นายหน้าหลายท่านติดปัญหา บัตรนายหน้าใกล้จะหมดอายุและยังหาที่อบรมต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัยยังไม่ได้ ไม่ต้องกลุ้มใจไปครับ ตอนนี้มีหลักสูตร อบรมขอรับ เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย แบบ online แล้วครับมาลงทะเบียนอบรมกับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้เลยครับ

การอบรมแบบ e-learning หลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย แบบ online ของศรีกรุงโบรคเกอร์และ BKI Academy กำลังจะเริ่มขึ้นเเล้ว !

.

🎥 แอดมินมีคำแนะนำสำหรับเรื่องกฎระเบียบและวิธีการเข้าอบรมขอรับเเละขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย แบบ online มาฝาก เมื่อดูจบครบทุกคลิปและทำตามทุกขั้นตอนเเล้วเพื่อนๆพี่ๆ นายหน้าก็สามารถเข้าอบรมได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาติดขัดแน่นอนเลยครับ 💚

.

👉 สิ่งที่ต้องเตรียมในการอบรม (E-learning) หลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย

คลิกที่ลิงก์นี่ : https://youtu.be/4KR2K8L6iRI

.

👉 การทำแบบทดสอบหลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ

เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย

คลิกที่ลิงก์นี่ : https://youtu.be/pQMoFhoscwo

.

👉การลงชื่อเข้าใช้งาน (Login) หลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ

เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย

คลิกที่ลิงก์นี่ : https://youtu.be/oWlFKu96_ms

.

👉 การเข้าสู่บทเรียนรูปแบบวิดีโอ (Learning) หลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย

คลิกที่ลิงก์นี่ : https://youtu.be/Uq7KC_QA54A

.

👉 เกณฑ์การรับวุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ

เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย

คลิกที่ลิงก์นี่ : https://youtu.be/gqNWdyNsgZo

.

👉 E-mail ที่ใช้ในการเข้าอบรมหลักสูตรคอร์สอบรมขอรับ

เเละ ขอต่ออายุบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย

คลิกที่ลิงก์นี่ : https://youtu.be/gG9D0JwnQW4

.

👉 ขั้นตอนการดาวน์โหลด Application BKI Academy

คลิกที่ลิงก์นี่ : https://youtu.be/lr-gESymaKo

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

วิธีการอ่านและเช็คกรมธรรม์ประกันรถยนต์แบบละเอียดยิบ !

วิธีการอ่านและเช็คกรมธรรม์ประกันรถยนต์แบบละเอียดยิบ !

กรมธรรม์ประกันรถยนต์เอกสารสำคัญที่ผู้เอาประกันจะต้องอย่าลืมที่จะตรวจ เช็คอย่างรอบคอบ เพราะหากมีข้อมูลผิดแล้วไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที เมื่อถึงคราวที่อุบัติเหตุมาเยือน แล้วเกิดปัญหาไม่สามารถเคลมได้ อาจจะทำให้คุณฉุกคิดขึ้นมาอย่างน่าเสียดายว่า รู้งี้อ่านบทความนี้ให้จบ และรู้วิธีเช็คกรมธรรม์ให้ดีคงจะดีกว่า !

กรมธรรม์รถยนต์ คืออะไร สำคัญอย่างไร ?

กรมธรรม์รถยนต์ คือ หลักฐานสำคัญที่ระบุเงื่อนไข หรือข้อตกลงระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทผู้รับทำประกันภัย ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบของหนังสือ หรือ e-policy (กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์) จะได้รับภายหลังจากการทำข้อตกลงซื้อประกันรถยนต์จากบริษัทประกันภัยหนึ่ง ๆ ซึ่งในที่นี้เราจะกล่าวถึงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งจะเป็นประกันที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกันภัย) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) โดยผู้ซื้อทำด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับโดยกฎหมาย

เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น หากผู้ขับขี่ต้องการได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ตกลงซื้อไว้ ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่จะต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า และดําเนินการเพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งบริษัทมีสิทธิเข้าดําเนินการในนามของผู้เอาประกันภัยเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ภายใต้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัย เพราะเหตุนี้การตรวจเช็คกรมธรรม์ให้ไม่ขาดตกบกพร่องจึงเป็นการรักษาสิทธิ์ในการรับความคุ้มครองที่ไม่ควรมองข้าม

วิธีการอ่าน และวิธีเช็คกรมธรรม์

ส่วนที่ 1 ในการเช็คกรมธรรม์ (สำคัญ)

  • ชื่อผู้เอาประกันภัย หมายถึง คู่สัญญาผู้ตกลงจะส่งเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งโดยปกติจะต้องเป็นชื่อเจ้าของกรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองรถยนต์ แนะนำควรเป็นชื่อเดียวกับชื่อในเล่มทะเบียนรถ เพื่อไม่ให้มีปัญหาการเคลมภายหลัง
  • ชื่อผู้รับผลประโยชน์ หมายถึง ผู้ที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนต่าง ๆ จากบริษัทประกันภัยในกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายสิ้นเชิง ซึ่งจะมีทั้งกรณีเอกสารระบุผู้รับผลโยชน์จะหมายถึงผู้รับผลประโยชน์เป็นไฟแนนซ์ หรือบริษัทสินเชื่อ เนื่องจากผู้เอาประกันภัยยังคงผ่อนชำระผ่านไฟแนนซ์ หรือบริษัทปล่อยสินเชื่ออยู่ แต่อีกกรณีปลอดภาระผูกพันธ์ ในส่วนนี้จะไม่มีระบุอยู่ เพราะผู้รับผลประโยชน์จะเป็นผู้เอาประกันภัยอยู่แล้ว
  • ระยะเวลาประกันภัย ตรวจสอบความถูกต้องของวันที่คุ้มครอง และวันที่สิ้นสุด โดยทั่วไปแล้วจะสิ้นสุดเวลา 30 น. ควรตรวจสอบวันเริ่ม และสิ้นสุดว่าถูกต้องหรือไม่

ส่วนที่ 2 ในการเช็คกรมธรรม์ (สำคัญ)

หมายเลขตัวถัง ส่วนนี้ คือ ส่วนที่ถือว่าเป็นสาระสำคัญที่ไม่ควรพลาดหากไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่จะยึดถือจากเลขตัวถังเป็นหลัก จึงจะต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง กรณีเจ้าหน้าที่คีย์ผิด ควรจะต้องรีบแจ้งเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที 

ส่วนที่ 3 ในการเช็คกรมธรรม์

ส่วนนี้คือการเช็คตารางความคุ้มครองกรมธรรม์ โดยจะมีส่วนหลัก ๆ ดังนี้

  • ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งจะมีทั้งความคุ้มครองในกรณีความรับผิดต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคลภายนอกขั้นต่ำ 500,000 บาท/คน หรือ 10 ล้านบาท/1 เหตุการณ์,  ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ขั้นต่ำ 200,000 บาท/เหตุการณ์ และความเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible หมายถึงค่าเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองก่อน ในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้วเราเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี
  • ความคุ้มครองรถยนต์เสียหาย สูญหาย ไฟไหม้ ที่ช่วยแบ่งเบาผู้เอาประกันภัยเองในการซ่อมแซมดูแลรถยนต์จากเหตุดังกล่าว โดยส่วนใหญ่จะมีเฉพาะในส่วนของประกันรถยนต์ชั้น 1 และในส่วนของประกันรถยนต์ประเภท 5  (2+) ที่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้ 
  • ความคุ้มครองแนบท้าย ความคุ้มครองบุคคลที่อยู่ภายในรถคันที่เอาประกันภัย โดยสาระสำคัญของส่วนนี้ที่ควรจะต้องเช็ค คือ การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล (Medical Expense) ที่บริษัทจะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง เพื่อตรวจสอบจำนวนเงินคุ้มครองทั้งผู้ขับขี่และ/หรือผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย ซึ่งได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ในรถ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุเอาไว้ นอกจากนี้ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้ายยังให้ความคุ้มครองถึงการประกันตัวผู้ขับขี่อีกด้วย

FAQ : คำถามที่พบบ่อย

(Q) หากข้อมูลในกรมธรรม์ผิดต้องทำอย่างไร ?

(A) หากพบว่าข้อมูลในกรมธรรม์ไม่ถูกต้อง สามารถส่งแก้ไขข้อมูลได้ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็น ชื่อผู้เอาประกันภัย ทะเบียนรถ เลขตัวถัง เพิ่มชื่อผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงแก้ทุนประกัน และเพิ่มอุปกรณ์เสริม ฯลฯ

โดยสามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้

1.แจ้งให้กับทางตัวแทน นายหน้า ทราบถึงข้อมูลที่ผิด หรือ ข้อมูลที่ต้องการเพิ่มเติม

2.ส่งเอกสาร หรือ แจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ตัวแทนหรือนายหน้า ส่งแก้ไขข้อมูลให้กับบริษัทประกัน

3.รอทางบริษัทประกันดำเนินการออกสลักหลังการแก้ไขข้อมูล ใช้ระยะเวลาประมาณ 7-15 วันทำการ

** การส่งสลักหลัง ลูกค้าอาจต้องชำระเบี้ยประกันเพิ่ม เช่น เพิ่มอุปกรณ์เสริม แก้ไขทุนประกัน ฯลฯ **

 

(Q) หากกรมธรรม์สูญหายต้องทำอย่างไร ?

(A) หากกรมธรรม์สูญหาย บริษัทประกันภัยสามารถออกสำเนากรมธรรม์ พร้อมกับรับรองสำเนาถูกต้องให้ได้ 

โดยสามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้

1.ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ แจ้งความกรมธรรม์หาย ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน เกี่ยวรถเช่นทะเบียนรถ ข้อมูลรถและเลขกรมธรรม์ ให้เรียบร้อย

2.นำเอกสารใบแจ้งความ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกันภัย ส่งเอกสารทั้งหมดให้กับโบรคเกอร์ พร้อมแจ้งที่อยู่จัดส่งเอกสาร

3.โบรคเกอร์ประสานส่งข้อมูลให้กับบริษัทประกันภัยเพื่อขอสำเนากรมธรรม์

4.รอทางบริษัทรับรองสำเนากรมธรรม์ และส่งให้ตามที่อยู่ลูกค้า

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ประกันชั้น 1 คุ้มครอง และ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง จะตอบโจทย์การใช้รถของคุณหรือเปล่า ?

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง ?

·        คุ้มครองอุบัติเหตุทางรถยนต์

  เมื่อเกิดอุบัติแล้วรถยนต์ได้รับความเสียหายประกันชั้น 1 จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถได้เป็นอย่างดี เพราะมีความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถด้วยกันเอง ซึ่งคุ้มครองทั้งมีคู่กรณี และการถูกชนแล้วหนี

·        คุ้มครองการเคลมซ่อมรถจากการชนไม่มีคู่กรณี

อุบัติเหตุไม่คาดฝันบางครั้งก็ไม่ได้มาในรูปแบบที่คาดคิด อุบัติเหตุจากการชนฟุตบาท เสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรือรั้วบ้าน ประกันชั้น 1 สามารถแจ้งเคลมเพื่อซ่อมรถของคุณได้โดยจำนวนเงินจะขึ้นอยู่กับทุนประกันที่เราเลือก

·        คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ 

เมื่อเกิดเหตุเฉี่ยวชนจนทำให้มีทรัพย์สินของคนอื่นเสียหาย ประชั้น 1 คุ้มครองค่าใช้จ่ายต่อทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุต รวมถึงการซ่อมรถยนต์ของคู่กรณีตามทุนประกันที่เลือกไว้

·        คุ้มครองอุบัติเหตุของคนภายในรถ และคนภายนอก

เมื่อเกิดอุบัติเหตุในบางครั้งก็ไม่ได้มีแค่คนขับ และคู่กรณี แต่ยังอาจมีผู้ได้รับผลกระทบคนอื่น ๆ ถ้าคุณมีประกันชั้น 1 ก็จะอุ่นใจได้มาก เพราะประกันชั้น 1 ดูแลได้ทั้งบุคคลภายนอก คือ คู่กรณี หรือบุคคลที่สามที่ประสบอุบัติเหตุร่วมด้วย และบุคคลภายในรถที่เอาประกันภัย คือ ตัวผู้ขับขี่เอง และผู้โดยสาร ซึ่งเมื่อกิดเหตุเสียชีวิต หรือสูญเสียสมรรถภาพหรืออวัยวะทุพพลภาพถาวร ประกันชั้น 1 ครอบคลุมดูแลในส่วนนี้

·        คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลคนขับขี่ และผู้โดยสาร

ประกันชั้น 1 เป็นประกันที่คุ้มครองครอบคลุมเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่สามารถดูแลตั้งแต่ผู้ขับขี่ คือ ผู้เอาประกันภัยเอง และผู้โดยสารภายในรถคันที่เกิดเหตุ เมื่อมีเหตุให้ต้องเข้ารับการรักษาค่ารักษาพยาบาลที่คาดเดาไม่ได้ก็หายห่วงได้ด้วยประกันชั้น 1

ประกันชั้น 1 (ไม่) คุ้มครองอะไรบ้าง ?

ประกันชั้น 1 แม้จะคุ้มครองได้ครอบคลุมที่สุดในบรรดาประกันรถยนต์ทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีกรณีงดเว้น สำหรับใครที่สนใจทำประกันชั้น 1 ถ้าทำแบบนี้ประกันชั้น 1 ก็อาจจะช่วยดูแลไม่ได้นะคะ 

  1. ไม่คุ้มครองเมาแล้วขับ (กรณีที่ผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา เว้นแต่ผู้ขับขี่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือมีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว หรือมีใบขับขี่สำหรับรถประเภทอื่น หรือไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือถูกพักใบอนุญาตขับขี่ ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา)
  2. ไม่คุ้มครองรถถูกขับโดยผู้ไม่เคยมีใบขับขี่
  3. ไม่คุ้มครองการใช้รถยนต์ในทางผิดกฏหมาย
  4. เช่น ก่อจราจล ปล้น ขนยาเสพติด
  5. ไม่คุ้มครองหากดัดแปลงชิ้นส่วนเสี่ยงอันตราย เช่น ติดก๊าซ NGV /LPG หลังทำสัญญาประกัน
  6. ไม่คุ้มครองหากใช้รถนอกเหนือจากการที่จดกรมธรรม์ไว้ เช่น จดไว้ว่าเป็นรถยนต์สำหรับส่วนบุคคลแต่นำไปใช้งานเชิงพาณิชย์
  7. ไม่คุ้มครองสายซิ่ง นำรถไปใช้แข่งขันความเร็ว
  8. ไม่คุ้มครองขับออกนอกพื้นที่คุ้มครอง เช่น การขับเที่ยวต่างประเทศ
  9. ไม่คุ้มครองหากใช้รถลากจูงคันอื่น จนเกิดความเสียหาย
  10. ไม่คุ้มครองผู้ขับขี่ขับชนคนแล้วหลบหนี

สรุปประกันชั้น 1 ตอบโจทย์คนใช้รถแบบคุณจริงไหม ?

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งขับรถยนต์คันแรกด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกความเสี่ยง รวมถึงรถใหม่ป้ายแดงควรทำประกันชั้น 1 เพราะไม่เพียงแต่จะได้รับความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีแล้ว ยังคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม รวมถึงเหตุอื่น ๆ ที่ครอบคลุมครบถ้วนอีกด้วย 

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าแม้จะเป็นประกันรถยนต์ประเภท 1 เหมือนกัน แต่ความคุ้มครองจะแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขที่ทางบริษัทฯ กำหนด จึงควรศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดกรมธรรม์อีกครั้งก่อนเลือกซื้อประกันนะครับ 

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ใบเคลมประกันรถยนต์มีอายุกี่ปี และ ใบเคลมประกันรถยนต์หายทำอย่างไร??

อายุใบเคลมประกันรถยนต์

ใบเคลมประกันรถยนต์มีอายุกี่ปี

ใบเคลมประกันจะมีอายุ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่บริษัทประกันรถยนต์ออกเอกสารใบรับรองความเสียหายหรือใบเคลม ดังนั้น หลังจากเคลมจะสามารถนำรถยนต์เข้าซ่อมเมื่อไหร่ก็ได้ ภายในระยะเวลา 2 ปีนี้ หากเป็นฝ่ายถูกแนะนำให้เคลมภายใน 1 ปี เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ใบเคลมประกันรถยนต์หายทำอย่างไร

ใบเคลมหาย อย่าเพิ่งตกใจ ควรทำยังไงไปดูกัน!

1. โทรติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อขอเลขที่ใบเคลม
2. แจ้งความเอกสารหาย
3. ติดต่อบริษัทประกันภัยอีกครั้งเพื่อขอสำเนาใบเคลม
4. นำสำเนาใบเคลมไปใช้ซ่อมรถได้ตามปกติ

สรุปชัดๆอีกทีดังนี้ครับ

อายุใบเคลมประกันรถ

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

  1. เมื่อเกิดเหตุควรแจ้งบริษัทประกันทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัยตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างละเอียด หากชนแบบมีคู่กรณีจะได้รับใบเคลมประกันที่ออกจากบริษัทที่เอาประกัน แต่หากชนแบบไม่มีคู่กรณี(เฉพาะประเภท 1) จะต้องโทรแจ้งเหตุกับบริษัทประกันให้มาตรวจสอบความเสียหายของรถตามที่ที่ผู้เอาประกันนัดหมาย หรือเข้าไปติดต่อที่อู่โดยตรง เพื่อกรอกแบบฟอร์มขอใบเคลมประกันรถยนต์ 
  2. ยื่นเอกสารที่ใช้สำหรับการเคลมประกันรถยนต์ได้แก่
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบขับขี่ หรือสำเนา
  • เล่มทะเบียนรถยนต์ หรือสำเนา
  • สำเนากรมธรรม์ประกันภัย
  • ใบรับรองความเสียหาย หรือใบเคลมประกันที่ทางบริษัทประกันภัยออกให้

 

  1. หลังจากได้ใบเคลมแล้วทำไงต่อ? จากนั้นสามารถนำรถเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมในเครือของบริษัทที่เอาประกันก่อนเพื่อให้ตรวจสอบบาดแผลต่อเนื่องรวมถึงเตรียมการสั่งอะไหล่ และนัดวันเอารถเข้าซ่อมได้

 

  1. รับใบรับรถ เพื่อให้ทราบรายละเอียดในการซ่อม หลักฐานต่าง ๆ ในการเคลมประกัน ซึ่งในวันที่รถซ่อมเสร็จจะต้องนำใบรับรถมายื่นให้เจ้าหน้าที่

 

  1. เก็บใบเสร็จไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักฐานการเข้าซ่อม หากเกิดปัญหาการซ่อมที่ไม่ได้มาตรฐานในภายหลัง  

 

การจัดซ่อม : ผู้เอาประกันภัย สามารถนำใบเคลมนั้นเข้าซ่อมศูนย์ หรืออู่คู่สัญญาของบริษัทประกันภัยได้เลย

สรุปชัดๆ 5 ขั้นตอนการเคลมประกัน

 ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

READ MORE

ใบเคลมประกันรถยนต์ คืออะไร ?

ใบเคลมประกันรถ

ใบเคลมประกันรถยนต์ คืออะไร ?

  ใบเคลมประกันรถยนต์จะมีความสำคัญขึ้นมาทันทีเมื่อรถยนต์ของคุณประสบอุบัติเหตุและต้องการเข้าซ่อม ใบเคลมประกันรถยนต์จะแสดงว่าบริษัทที่คุณเอาประกันภัยนั้นจะช่วยแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบและความเสียหายที่เกิดขึ้นอะไรได้บ้าง 

ดังนั้นใบเคลมประกันรถยนต์ คือ ใบรับรองความเสียหายจากอุบัติเหตุ ที่ผู้ขับขี่จะได้รับจากบริษัทประกันภัย เพื่อนำไปยืนยันกับศูนย์บริการซ่อมรถยนต์หรืออู่ในโครงการของบริษัทที่เอาประกันภัย ว่าบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นตามที่ระบุไว้ในใบเคลมประกัน (ยกเว้น ค่าเสื่อมสภาพของอะไหล่ชิ้นนั้นๆ เช่น แบตเตอรี่ หรือ ของเหลว)

สำหรับความคุ้มครองหากเป็นประกันภัยประเภท 1, 2+, 3+   ผู้เอาประกันจะได้รับใบเคลมประกันไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดในอุบัติเหตุครั้งนั้น ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขข้อยกเว้นความคุ้มครอง แต่หากเป็นประกันภัยประเภท 2, 3 ผู้เอาประกันภัยจะได้รับใบเคลมประกันก็ต่อเมื่อรถคันที่เอาประกันเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น โดยจะได้รับจากบริษัทประกันของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด

สรุปว่า ใบเคลมประกันรถยนต์คือ

  1. ใบรับรองความเสียหายจากอุบัติเหตุ
  2. ผู้ขับขี่จะได้รับจากบริษัทประกันภัย
  3.  ใช้ใบเคลมประกันรถยนต์ยืนยันกับศูนย์บริการซ่อมรถยนต์

 

ใบเคลมประกันรถยนต์-คืออะไร-

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

📌 รู้ลึก รู้จริง ด้วยข้อมูลชัดเจนก่อนใคร 📌 ศรีกรุงโบรคเกอร์ จัดทำตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง #ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ มองเห็นจุดแตกต่างในความคุ้มครองของประกันภัยแต่ละประเภท เรียนรู้และทำความเข้าใจง่ายจนมองเห็นภาพได้ง่ายขึ้นดังนี้ค่ะ
ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองประกัน

✅ เบี้ยถูก คุ้มครองดี บริการเยี่ยม ต้อง ศรีกรุงโบรคเกอร์ เท่านั้น  ศรีกรุงโบรคเกอร์ เติบโตไร้ขีด

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ชนแล้วแยก แลกใบเคลม

ชนแล้วแยก แลกใบเคลม

⚡ ด้วยความเร่งรีบในการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน แต่ละอย่างล้วนต้องแข่งขันกับเวลา จนบางครั้งสิ่งที่ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งการขับขี่รถบนท้องถนนก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นความสูญเสียหลาย ๆ อย่าง (ไม่ว่าจะเป็น เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ เสียเงิน เสียโอกาส หรือเสียเวลา) ทั้งนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เราต้องสูญเสียแน่ ๆ คือ “เวลา” เพราะหากเกิดอุบัติขึ้นมาเราต้องรอเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาในที่เกิดเหตุ แต่ด้วยโครงการ “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” จะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลารออีกต่อไป

💥 “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” เป็นโครงการที่ทำออกมาสำหรับผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต และสามารถตกลงกับคู่กรณีได้ ก็ให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่างคนต่างแลกใบเคลมกัน หลังจากนั้นก็แยกย้ายรถได้เลย ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดทั้งเวลา และลดปัญหาด้านการจราจรได้อีกด้วย

👉 สำหรับกรณีที่สามารถนำเอกสาร “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” หรือที่เรียกกันว่า “Knock for Knock Form” มาใช้ได้ มีดังนี้
– รถทั้ง 2 ฝ่ายทำประกันภัยรถยนต์ประเภท 1
– ทั้ง 2 ฝ่ายมีเอกสาร “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” หรือ “Knock for Knock Form” ที่ได้รับมาพร้อมกับกรมธรรม์ประกันภัย
– รถทั้ง 2 ฝ่ายต้องเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถตู้น้ำหนักไม่เกิน 4 ตันเท่านั้น
– ผู้ขับขี่ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด หรือประมาทร่วมกัน

💨 ส่วนขั้นตอนการกรอกเอกสารก็ง่าย ๆ คือ “กรอก แลก และแยกย้าย” เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้นำฟอร์มเอกสาร Knock for Knock ของตนเองมากรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน ได้แก่ ชื่อผู้เอาประกัน, เลขกรมธรรม์ประกันภัย และเลือกว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด หรือประมาทร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมลงชื่อผู้เอาประกันภัยทั้ง 2 ฝ่ายในเอกสาร จากนั้นทำการแลกเอกสาร Knock for Knock นี้กับคู่กรณีที่มีเอกสารเหมือนกันแล้วแยกย้ายได้เลย โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย

📌 สุดท้ายนี้หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงค่อยนำเอกสาร Knock for Knock นี้ไปติดต่อเพื่อทำการเคลมกับบริษัทประกันภัยของเราในภายหลัง ทั้งนี้หากต้องการยื่นเรื่องเคลมให้แก่เจ้าหน้าที่ประกันภัยในวันนั้นเลยก็สามารถทำได้เช่นกัน อย่างไรก็ดีหากเป็นไปได้ก็อย่าประมาทในเรื่องของการขับขี่ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของเรานั่นเอง

✅ เบี้ยถูก คุ้มครองดี บริการเยี่ยม ต้อง ศรีกรุงโบรคเกอร์ เท่านั้น

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE