Skip to Content

Blog Archives

พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ต่างกันอย่างไร

พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ต่างกันอย่างไร

พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ต่างกันอย่างไร

พ.ร.บ. คืออะไร

รถยนต์นั้นจัดเป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมายซึ่งยานพาหนะทางบกทุกคันจำเป็นที่จะต้องมี โดยเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวผู้ขับขี่เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงรถยนต์

คุ้มครองอะไรบ้าง ?

– คุ้มครองการเสียชีวิต จำนวน 500,000 บาท

– กรณีทุพผลภาพถาวร จำนวน 300,000

– กรณีสูญเสี่ยอวัยวะ จำนวน 2000,000 -500,000 บาท

พ.ร.บ. รถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ คืออะไร

เป็นประกันภาคสมัครใจที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ คุ้มครองทั้งตัวรถและผู้ขับขี่ โดยจำนวนเงินคุ้มครองนั้นขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก และเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยกำหนด

คุ้มครองอะไรบ้าง ?

– ความคุ้มครองความเสียหายต่อคู่กรณี ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

– ค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมรถ

– ความคุ้มครองต่อรถยนต์

– ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล

ประกันภัยรถยนต์ คืออะไร

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

READ MORE

ประกันชั้น 1 คุ้มครอง และ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง จะตอบโจทย์การใช้รถของคุณหรือเปล่า ?

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง ?

·        คุ้มครองอุบัติเหตุทางรถยนต์

  เมื่อเกิดอุบัติแล้วรถยนต์ได้รับความเสียหายประกันชั้น 1 จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถได้เป็นอย่างดี เพราะมีความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถด้วยกันเอง ซึ่งคุ้มครองทั้งมีคู่กรณี และการถูกชนแล้วหนี

·        คุ้มครองการเคลมซ่อมรถจากการชนไม่มีคู่กรณี

อุบัติเหตุไม่คาดฝันบางครั้งก็ไม่ได้มาในรูปแบบที่คาดคิด อุบัติเหตุจากการชนฟุตบาท เสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรือรั้วบ้าน ประกันชั้น 1 สามารถแจ้งเคลมเพื่อซ่อมรถของคุณได้โดยจำนวนเงินจะขึ้นอยู่กับทุนประกันที่เราเลือก

·        คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ 

เมื่อเกิดเหตุเฉี่ยวชนจนทำให้มีทรัพย์สินของคนอื่นเสียหาย ประชั้น 1 คุ้มครองค่าใช้จ่ายต่อทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุต รวมถึงการซ่อมรถยนต์ของคู่กรณีตามทุนประกันที่เลือกไว้

·        คุ้มครองอุบัติเหตุของคนภายในรถ และคนภายนอก

เมื่อเกิดอุบัติเหตุในบางครั้งก็ไม่ได้มีแค่คนขับ และคู่กรณี แต่ยังอาจมีผู้ได้รับผลกระทบคนอื่น ๆ ถ้าคุณมีประกันชั้น 1 ก็จะอุ่นใจได้มาก เพราะประกันชั้น 1 ดูแลได้ทั้งบุคคลภายนอก คือ คู่กรณี หรือบุคคลที่สามที่ประสบอุบัติเหตุร่วมด้วย และบุคคลภายในรถที่เอาประกันภัย คือ ตัวผู้ขับขี่เอง และผู้โดยสาร ซึ่งเมื่อกิดเหตุเสียชีวิต หรือสูญเสียสมรรถภาพหรืออวัยวะทุพพลภาพถาวร ประกันชั้น 1 ครอบคลุมดูแลในส่วนนี้

·        คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลคนขับขี่ และผู้โดยสาร

ประกันชั้น 1 เป็นประกันที่คุ้มครองครอบคลุมเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่สามารถดูแลตั้งแต่ผู้ขับขี่ คือ ผู้เอาประกันภัยเอง และผู้โดยสารภายในรถคันที่เกิดเหตุ เมื่อมีเหตุให้ต้องเข้ารับการรักษาค่ารักษาพยาบาลที่คาดเดาไม่ได้ก็หายห่วงได้ด้วยประกันชั้น 1

ประกันชั้น 1 (ไม่) คุ้มครองอะไรบ้าง ?

ประกันชั้น 1 แม้จะคุ้มครองได้ครอบคลุมที่สุดในบรรดาประกันรถยนต์ทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีกรณีงดเว้น สำหรับใครที่สนใจทำประกันชั้น 1 ถ้าทำแบบนี้ประกันชั้น 1 ก็อาจจะช่วยดูแลไม่ได้นะคะ 

  1. ไม่คุ้มครองเมาแล้วขับ (กรณีที่ผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา เว้นแต่ผู้ขับขี่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือมีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว หรือมีใบขับขี่สำหรับรถประเภทอื่น หรือไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือถูกพักใบอนุญาตขับขี่ ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุรา)
  2. ไม่คุ้มครองรถถูกขับโดยผู้ไม่เคยมีใบขับขี่
  3. ไม่คุ้มครองการใช้รถยนต์ในทางผิดกฏหมาย
  4. เช่น ก่อจราจล ปล้น ขนยาเสพติด
  5. ไม่คุ้มครองหากดัดแปลงชิ้นส่วนเสี่ยงอันตราย เช่น ติดก๊าซ NGV /LPG หลังทำสัญญาประกัน
  6. ไม่คุ้มครองหากใช้รถนอกเหนือจากการที่จดกรมธรรม์ไว้ เช่น จดไว้ว่าเป็นรถยนต์สำหรับส่วนบุคคลแต่นำไปใช้งานเชิงพาณิชย์
  7. ไม่คุ้มครองสายซิ่ง นำรถไปใช้แข่งขันความเร็ว
  8. ไม่คุ้มครองขับออกนอกพื้นที่คุ้มครอง เช่น การขับเที่ยวต่างประเทศ
  9. ไม่คุ้มครองหากใช้รถลากจูงคันอื่น จนเกิดความเสียหาย
  10. ไม่คุ้มครองผู้ขับขี่ขับชนคนแล้วหลบหนี

สรุปประกันชั้น 1 ตอบโจทย์คนใช้รถแบบคุณจริงไหม ?

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งขับรถยนต์คันแรกด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกความเสี่ยง รวมถึงรถใหม่ป้ายแดงควรทำประกันชั้น 1 เพราะไม่เพียงแต่จะได้รับความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีแล้ว ยังคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม รวมถึงเหตุอื่น ๆ ที่ครอบคลุมครบถ้วนอีกด้วย 

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าแม้จะเป็นประกันรถยนต์ประเภท 1 เหมือนกัน แต่ความคุ้มครองจะแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขที่ทางบริษัทฯ กำหนด จึงควรศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดกรมธรรม์อีกครั้งก่อนเลือกซื้อประกันนะครับ 

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ใบเคลมประกันรถยนต์มีอายุกี่ปี และ ใบเคลมประกันรถยนต์หายทำอย่างไร??

อายุใบเคลมประกันรถยนต์

ใบเคลมประกันรถยนต์มีอายุกี่ปี

ใบเคลมประกันจะมีอายุ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่บริษัทประกันรถยนต์ออกเอกสารใบรับรองความเสียหายหรือใบเคลม ดังนั้น หลังจากเคลมจะสามารถนำรถยนต์เข้าซ่อมเมื่อไหร่ก็ได้ ภายในระยะเวลา 2 ปีนี้ หากเป็นฝ่ายถูกแนะนำให้เคลมภายใน 1 ปี เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ใบเคลมประกันรถยนต์หายทำอย่างไร

ใบเคลมหาย อย่าเพิ่งตกใจ ควรทำยังไงไปดูกัน!

1. โทรติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อขอเลขที่ใบเคลม
2. แจ้งความเอกสารหาย
3. ติดต่อบริษัทประกันภัยอีกครั้งเพื่อขอสำเนาใบเคลม
4. นำสำเนาใบเคลมไปใช้ซ่อมรถได้ตามปกติ

สรุปชัดๆอีกทีดังนี้ครับ

อายุใบเคลมประกันรถ

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

  1. เมื่อเกิดเหตุควรแจ้งบริษัทประกันทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัยตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างละเอียด หากชนแบบมีคู่กรณีจะได้รับใบเคลมประกันที่ออกจากบริษัทที่เอาประกัน แต่หากชนแบบไม่มีคู่กรณี(เฉพาะประเภท 1) จะต้องโทรแจ้งเหตุกับบริษัทประกันให้มาตรวจสอบความเสียหายของรถตามที่ที่ผู้เอาประกันนัดหมาย หรือเข้าไปติดต่อที่อู่โดยตรง เพื่อกรอกแบบฟอร์มขอใบเคลมประกันรถยนต์ 
  2. ยื่นเอกสารที่ใช้สำหรับการเคลมประกันรถยนต์ได้แก่
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบขับขี่ หรือสำเนา
  • เล่มทะเบียนรถยนต์ หรือสำเนา
  • สำเนากรมธรรม์ประกันภัย
  • ใบรับรองความเสียหาย หรือใบเคลมประกันที่ทางบริษัทประกันภัยออกให้

 

  1. หลังจากได้ใบเคลมแล้วทำไงต่อ? จากนั้นสามารถนำรถเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมในเครือของบริษัทที่เอาประกันก่อนเพื่อให้ตรวจสอบบาดแผลต่อเนื่องรวมถึงเตรียมการสั่งอะไหล่ และนัดวันเอารถเข้าซ่อมได้

 

  1. รับใบรับรถ เพื่อให้ทราบรายละเอียดในการซ่อม หลักฐานต่าง ๆ ในการเคลมประกัน ซึ่งในวันที่รถซ่อมเสร็จจะต้องนำใบรับรถมายื่นให้เจ้าหน้าที่

 

  1. เก็บใบเสร็จไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักฐานการเข้าซ่อม หากเกิดปัญหาการซ่อมที่ไม่ได้มาตรฐานในภายหลัง  

 

การจัดซ่อม : ผู้เอาประกันภัย สามารถนำใบเคลมนั้นเข้าซ่อมศูนย์ หรืออู่คู่สัญญาของบริษัทประกันภัยได้เลย

สรุปชัดๆ 5 ขั้นตอนการเคลมประกัน

 ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

READ MORE

ใบเคลมประกันรถยนต์ คืออะไร ?

ใบเคลมประกันรถ

ใบเคลมประกันรถยนต์ คืออะไร ?

  ใบเคลมประกันรถยนต์จะมีความสำคัญขึ้นมาทันทีเมื่อรถยนต์ของคุณประสบอุบัติเหตุและต้องการเข้าซ่อม ใบเคลมประกันรถยนต์จะแสดงว่าบริษัทที่คุณเอาประกันภัยนั้นจะช่วยแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบและความเสียหายที่เกิดขึ้นอะไรได้บ้าง 

ดังนั้นใบเคลมประกันรถยนต์ คือ ใบรับรองความเสียหายจากอุบัติเหตุ ที่ผู้ขับขี่จะได้รับจากบริษัทประกันภัย เพื่อนำไปยืนยันกับศูนย์บริการซ่อมรถยนต์หรืออู่ในโครงการของบริษัทที่เอาประกันภัย ว่าบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นตามที่ระบุไว้ในใบเคลมประกัน (ยกเว้น ค่าเสื่อมสภาพของอะไหล่ชิ้นนั้นๆ เช่น แบตเตอรี่ หรือ ของเหลว)

สำหรับความคุ้มครองหากเป็นประกันภัยประเภท 1, 2+, 3+   ผู้เอาประกันจะได้รับใบเคลมประกันไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดในอุบัติเหตุครั้งนั้น ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขข้อยกเว้นความคุ้มครอง แต่หากเป็นประกันภัยประเภท 2, 3 ผู้เอาประกันภัยจะได้รับใบเคลมประกันก็ต่อเมื่อรถคันที่เอาประกันเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น โดยจะได้รับจากบริษัทประกันของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด

สรุปว่า ใบเคลมประกันรถยนต์คือ

  1. ใบรับรองความเสียหายจากอุบัติเหตุ
  2. ผู้ขับขี่จะได้รับจากบริษัทประกันภัย
  3.  ใช้ใบเคลมประกันรถยนต์ยืนยันกับศูนย์บริการซ่อมรถยนต์

 

ใบเคลมประกันรถยนต์-คืออะไร-

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

📌 รู้ลึก รู้จริง ด้วยข้อมูลชัดเจนก่อนใคร 📌 ศรีกรุงโบรคเกอร์ จัดทำตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง #ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ มองเห็นจุดแตกต่างในความคุ้มครองของประกันภัยแต่ละประเภท เรียนรู้และทำความเข้าใจง่ายจนมองเห็นภาพได้ง่ายขึ้นดังนี้ค่ะ
ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองประกัน

✅ เบี้ยถูก คุ้มครองดี บริการเยี่ยม ต้อง ศรีกรุงโบรคเกอร์ เท่านั้น  ศรีกรุงโบรคเกอร์ เติบโตไร้ขีด

เครดิต : ศรีกรุงโบรคเกอร์

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

ชนแล้วแยก แลกใบเคลม

ชนแล้วแยก แลกใบเคลม

⚡ ด้วยความเร่งรีบในการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน แต่ละอย่างล้วนต้องแข่งขันกับเวลา จนบางครั้งสิ่งที่ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งการขับขี่รถบนท้องถนนก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นความสูญเสียหลาย ๆ อย่าง (ไม่ว่าจะเป็น เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ เสียเงิน เสียโอกาส หรือเสียเวลา) ทั้งนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เราต้องสูญเสียแน่ ๆ คือ “เวลา” เพราะหากเกิดอุบัติขึ้นมาเราต้องรอเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาในที่เกิดเหตุ แต่ด้วยโครงการ “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” จะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลารออีกต่อไป

💥 “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” เป็นโครงการที่ทำออกมาสำหรับผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต และสามารถตกลงกับคู่กรณีได้ ก็ให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่างคนต่างแลกใบเคลมกัน หลังจากนั้นก็แยกย้ายรถได้เลย ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดทั้งเวลา และลดปัญหาด้านการจราจรได้อีกด้วย

👉 สำหรับกรณีที่สามารถนำเอกสาร “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” หรือที่เรียกกันว่า “Knock for Knock Form” มาใช้ได้ มีดังนี้
– รถทั้ง 2 ฝ่ายทำประกันภัยรถยนต์ประเภท 1
– ทั้ง 2 ฝ่ายมีเอกสาร “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” หรือ “Knock for Knock Form” ที่ได้รับมาพร้อมกับกรมธรรม์ประกันภัย
– รถทั้ง 2 ฝ่ายต้องเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถตู้น้ำหนักไม่เกิน 4 ตันเท่านั้น
– ผู้ขับขี่ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด หรือประมาทร่วมกัน

💨 ส่วนขั้นตอนการกรอกเอกสารก็ง่าย ๆ คือ “กรอก แลก และแยกย้าย” เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้นำฟอร์มเอกสาร Knock for Knock ของตนเองมากรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน ได้แก่ ชื่อผู้เอาประกัน, เลขกรมธรรม์ประกันภัย และเลือกว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด หรือประมาทร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมลงชื่อผู้เอาประกันภัยทั้ง 2 ฝ่ายในเอกสาร จากนั้นทำการแลกเอกสาร Knock for Knock นี้กับคู่กรณีที่มีเอกสารเหมือนกันแล้วแยกย้ายได้เลย โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย

📌 สุดท้ายนี้หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงค่อยนำเอกสาร Knock for Knock นี้ไปติดต่อเพื่อทำการเคลมกับบริษัทประกันภัยของเราในภายหลัง ทั้งนี้หากต้องการยื่นเรื่องเคลมให้แก่เจ้าหน้าที่ประกันภัยในวันนั้นเลยก็สามารถทำได้เช่นกัน อย่างไรก็ดีหากเป็นไปได้ก็อย่าประมาทในเรื่องของการขับขี่ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของเรานั่นเอง

✅ เบี้ยถูก คุ้มครองดี บริการเยี่ยม ต้อง ศรีกรุงโบรคเกอร์ เท่านั้น

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

💥 เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคนอาจมีสติในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่บางคนอาจมัวแต่อึ้ง ตกใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก และยิ่งถ้าคุณเป็นฝ่ายผิดด้วย คงแทบจะไม่อยากลงจากรถกันเลยทีเดียว

🚗 ทางที่ดีเมื่อเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น รีบดึงสติกลับมาให้เร็วที่สุด จากนั้นตรวจดูความเสียหาย และเรียกประกันมาตรวจสอบ หากเกิดเหตุไม่ร้ายแรงมากคุณควรไปเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีในเบื้องต้น (ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิด หรือฝ่ายถูกอย่าใช้อารมณ์ ไม่งั้นอาจทำให้เรื่องจบยากขึ้น)

✨ สำหรับข้อมูลสำคัญที่คุณควรเตรียมไว้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ประกันภัยจะมาถึงจุดเกิดเหตุ มีดังนี้
📌 หมายเลขทะเบียนรถ / เลขตัวถัง
📌 ชื่อผู้เอาประกันภัย / ใบขับขี่
📌เล่มทะเบียนรถ หรือสำเนา / ตารางกรมธรรม์ (ควรพกกรมธรรม์ติดรถเอาไว้เสมอ)
📌 สถานที่เกิดเหตุ / เบอร์โทรศัพท์ (เพื่อบอกทางเจ้าหน้าที่ประกัน)
📌 ลักษณะการเกิดเหตุ ชนกันได้อย่างไร
📌 รายละเอียดของรถคู่กรณี หมายเลขทะเบียน ยี่ห้อ สีของตัวรถ

🛠 สุดท้ายนี้หลังจากเจ้าหน้าที่ประกันมาถึง คุณก็แค่ส่งเอกสารข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เหลือก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการ และรอใบเคลม จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่า จะเอารถเข้าอู่ซ่อมเมื่อไหร่ แต่ให้จำไว้ด้วยว่า ใบเคลมมีอายุ 2 ปีนับจากวันที่ออกใบเคลม ดังนั้นอย่าปล่อยไว้จนเกินกำหนด ไม่งั้นอดเคลมแน่ครับ

✅ เบี้ยถูก คุ้มครองดี บริการเยี่ยม ต้อง ศรีกรุงโบรคเกอร์ เท่านั้น

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

 

READ MORE

รถชนถ่ายรูปไว้แล้วแยกได้เลยมั้ย

รถชนแล้วแยกได้

🚨 เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน หลังจากที่โทรแจ้งเหตุแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะไม่เคลื่อนย้ายรถ จะรอจนกว่าตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาเคลียร์ก่อนจึงค่อยขยับรถหลบเข้าข้างทาง เนื่องจากกลัวว่าจะหาคนผิดไม่ได้ หรือกลัวโดนกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผิดซะเอง

📸 แต่ในปัจจุบัน หากเกิดอุบัติเหตุรถชนกันเพียงเล็กน้อย ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ผู้เอาประกันภัยสามารถถ่ายรูปไว้ แล้วเคลื่อนย้ายรถหลบเข้าข้างทางได้เลย ตามโครงการ “รถชนแล้ว ถ่ายรูปไว้ แยกได้ ไม่ต้องรอ”

📌 ส่วนวิธีการถ่ายรูป แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1. ถ่ายภาพระยะไกล หรือมุมกว้าง เพื่อให้เห็นช่องทางการจราจร และสภาพถนน รวมทั้งรถที่เกิดอุบัติเหตุ ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (ถ่ายให้เห็นแผ่นป้ายทะเบียน)
2. ถ่ายภาพระยะใกล้ เพื่อให้เห็นตำแหน่ง และความเสียหายของตัวรถที่ชนกัน

👍 สำหรับโครงการนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาก็เพื่อให้รถที่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เกิดอุบัติเหตุ สามารถแยกรถหรือเคลื่อนย้ายรถให้พ้นจากถนนได้ โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ประกันภัย ซึ่งถือเป็นการช่วยลดปัญหาการกีดขวางเส้นทางจราจรอันจะส่งผลให้การจราจรติดขัด อีกทั้งยังคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นได้อีกด้วย

✅ เบี้ยถูก คุ้มครองดี บริการเยี่ยม ต้อง ศรีกรุงโบรคเกอร์ เท่านั้น
หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

READ MORE

Deductible และ ค่า Excess มีความแตกต่างกันอย่างไร

ดีดักและเอ็กเซส

ปัญหาลำดับแรก ๆ ที่ลูกค้าผู้เอาประกันภัยรถยนต์จะต้องเจอ และมักสับสนอยู่เป็นประจำ ก็คือ 💚 Deductible และ ค่า Excess มีความแตกต่างกันอย่างไร ? 💚 ทำไมการเคลมบางครั้งถึงเป็น DD ไม่ใช่ Excess นายหน้าดีดอทคอม ศรีกรุงโบรคเกอร์ อาสาไขปัญหาและให้ความกระจ่างในเรื่องนี้กับทุกท่านครับ

🔶 Deductible (นิยมเรียกย่อว่า DD หรือ Deduct) คือ #ค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ ซึ่งเป็นค่าเสียหายที่เจ้าของรถยอมเสียให้กับบริษัทประกันภัยทุกครั้งที่มีการเคลมแบบมีคู่กรณี และคุณเป็น “ฝ่ายผิด”

โดยค่า DD จะขึ้นอยู่กับข้อตกลงตามเงื่อนไขสัญญาของกรมธรรม์ เช่น ทำประกันที่มีค่า DD จำนวน 5,000 บาท เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด รวมความเสียหาย 7,000 บาท คุณจะต้องจ่ายค่า DD ทั้งหมด 5,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 2,000 บาท จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของบริษัทประกัน

ข้อดีของประกันรถยนต์ที่มี DD ก็คือ ราคาถูกลง ช่วยประหยัดเงินในการซื้อประกันรถยนต์ลงได้ส่วนหนึ่ง แต่เหมาะกับผู้ที่มีความชำนาญในการขับรถด้วย

🔷 Excess #ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ เป็นข้อกำหนดตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งบังคับเก็บไม่ว่าคุณจะทำประกันรถยนต์ประเภทไหนก็ตาม โดยเป็นการเรียกเก็บในกรณีที่คุณเคลมจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี หรือ มีเหตุให้สงสัยว่าจะเป็นการเคลมแห้งนั่นเอง โดยบริษัทประกันเรียกเก็บตามจำนวนครั้งที่เคลม ไม่ใช่จำนวนจุดที่เคลม

✅ สรุป ✅
การมี Deductible จะช่วยให้คุณจ่ายเบี้ยประกันถูกลงก็จริง แต่ก็ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นและคุณเป็นฝ่ายผิด สำหรับค่า Excess จะต้องจ่ายทุกครั้งเมื่อมีการเคลมแห้งเกิดขึ้น และที่สำคัญคือไม่สามารถหาคู่กรณีได้

ทั้งหมดนี้เป็นความรู้อัดแน่นที่เรามอบให้คุณ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การขับรถอย่างมีสติและไม่ประมาท จะช่วยลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ได้ในที่สุด ซึ่งเป็นคัมภีร์การขับรถที่ดีสุดในเวลานี้

✅ เบี้ยถูก คุ้มครองดี บริการเยี่ยม ต้อง ศรีกรุงโบรคเกอร์ เท่านั้น

หากท่านสนใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลด หรือเป็นนายหน้ามืออาชีพ ทางทีมโค้ชยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ

READ MORE