ประกันภัยรถยนต์

คำแนะนำเกี่ยวกับการทำประกันภัย

รายละเอียดสำหรับการแจ้งงานและคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับบริษัทประกันภัย

กรมธรรม์ภาคสมัครใจ
เป็นการประกันภัยรถยนต์ที่กฎหมายไม่ได้มีการบังคับให้มีการทำประกันภัย ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ ของผู้เอาประกันภัยที่ เล็งเห็นถึงความเสี่ยงภัยแห่งตน ณ ปัจจุบันกรมธรรม์ที่ออกสู่ท้องตลาดจะให้ความคุ้มครอง โดยแบ่งตามประเภทของกรมธรรม์ดังต่อไปนี้

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 4 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 100,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 5 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้
ประเภท 5 (2+)
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น

ประเภท 5 (3+)
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก*

ข้อมูลอื่นๆที่ควรทราบ
1. เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครองในการเอาประกันภัย
1.1) กรณีที่แจ้งขอเอาประกันภัยล่วงหน้า ให้ถือว่าบริษัทรับประกันภัยและให้ความคุ้มครองตั้งแต่ เวลา 00.01 น. ของวัน ที่เริ่มต้นระยะเวลาประกันภัย
1.2) กรณีที่แจ้งขอเอาประกันภัยในวันเดียวกันกับวันที่เริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย ให้ถือว่า เวลาที่เริ่มมีผลคุ้มครองคือเวลาที่บริษัทตอบตกลงรับประกันภัย
1.3) เวลาสิ้นสุดความคุ้มครองคือ เวลา 16.30 น.ของวันสิ้นสุดระยะเวลาประกันภัย

2. ความคุ้มครองพื้นฐานตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวข้างต้นสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้
2.1) ความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก (Third Party Bodily Injury : TPBI) หมายถึง ความรับผิดต่อความบาดเจ็บหรือมรณะของบุคคลภายนอก และความรับผิดต่อความบาดเจ็บหรือมรณะของ ผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัยทั้งนี้จํานวนเงินจํากัดความรับผิดนี้ถือเป็นส่วนเกินจากความคุ้มครองคุ้มครองผู้ประสบภัยจาก รถ
*** บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองดังกล่าวข้างต้นนี้ไม่รวมถึง
– ผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ
– คู่สมรส บิดา มารดา บุตร ลูกจ้างในทางการที่จ้างของผู้ขับขี่นั้น
2.2) ความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (Third Party Property Damage : TPPD) หมายถึง ความรับผิดต่อความเสียหายใดๆ อันเกิดแก่ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
*** ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
– ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ คู่สมรส บิดามารดา บุตรของ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่เป็นเจ้าของหรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม ครอบครอง
– เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าวอันเกิดจากการ สั่นสะเทือน หรือจากน้ำหนักรถยนต์หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์
– สัมภาระหรือทรัพย์สินอื่นใดที่นำติดตัวขึ้นบนรถยนต์ หรือทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์ หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์
– ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากการรั่วไหลของสารเคมีหรือวัตถุอันตรายที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์
2.3) ความคุ้มครองความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์ (Own Damage: OD) หมายถึง ความคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย รวมถึงอุปกรณ์ เครื่องตกแต่งหรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถ ยนต์ ตามมาตรฐานที่ติดตั้งมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบรถยนต์หรือศูนย์จำหน่ายรถยนต์
** ทั้งนี้ การรับประกันภัยตัวรถยนต์ไม่ควรรับประกันภัยในจํานวนเงินจํากัดความรับผิดต่ำกวา 80% ของราคารถยนต์ ในวันเริ่มการประกันภัย **
2.4) ความคุ้มครองความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์ (Fire and Theft: F&T) หมายถึง ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยที่ถูกไฟไหม้ และการสูญหาย รวมถึงความเสียหาย อันเนื่องมาจากการสูญหาย รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับ ตัวรถยนต์เกิดไฟไหม้หรือสูญหายไป

3. ความหมาย / รหัสรถยนต์ประเภทต่าง
3.1) รถที่ใช้ระบุในกรมธรรม์จะมี 3 หลัก หลักแรก หมายถึง ชนิดรถ หลักสองและสาม หมายถึง ลักษณะการใช้รถงานรถยนต์
3.2) หลักแรก หมายถึง
1 = รถยนต์นั่ง               5 = รถพ่วง
2 = รถยนต์นั่งโดยสาร      6 = รถจักรยานยนต์
3 = รถยนต์บรรทุก          7 = รถยนต์แท๊กซี่
4 = รถยนต์ลากจูง          8 = รถยนต์อื่นๆ

4. การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์ประกันภัย
4.1) วันที่ เวลา ที่ระบุไว้ในตาราง
4.2) มีการบอกเลิกกรมธรรม์
4.2.1 บริษัทเป็นผู้บอกเลิก บริษัทประกันภัยบอกเลิกด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัย
4.2.2 ผู้เอาประกันภัยบอกเลิก สามารถมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ข้างล่าง